เจาะลึก เคสธุรกิจจีน "FRESHIPPO" เปลี่ยนชีวิต พลิกวิกฤติเป็นโอกาสของจีน UNDER THE NEW NORMAL (ตอนที่ 2)
จากเนื้อหาครั้งที่แล้ว เราได้พูดถึงสิ่งท้าทายที่ FRESHIPPO พบเจอในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า วันนี้เรามาศึกษากันว่าจากที่พบเจอสิ่งท้าทายแล้ว โอการที่ FRESHIPPO มองเห็นนั้นมีอะไรบ้าง

1. พื้นที่ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตเดลิเวอร์รี่ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อย เพราะกลุ่มนี้เริ่มมีการทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ซึ่งข้อมูลหลังบ้านของ FRESHIPPO แสดงให้เห็นสินค้าที่ขายดีที่สุดจะเป็นจำพวก แป้งและสินค้าสำหรับทำขนมอบต่าง ๆ รวมไปถึงซอสทำอาหารอีกด้วย ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมอาหารปรุงสุกพร้อมทานเติบโตขึ้นในสภาวะวิกฤตนี้ และถึงแม้ว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้มีการเรียนรู้ที่จะปรุงอาหารเอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังต้องการซื้อสินค้าอาหารประเภทปรุงสุกพร้อมทานอยู่ดี ดังนั้น เราจึงเห็นได้ชัดว่าจำนวนสินค้าอาหารประเภทนี้ได้เติบโตขึ้น

Credit Photo : Digital Crew
2. อนาคตของร้านค้าคือออนไลน์ ในสภาวะวิกฤตนี้ได้ผลักดันให้คนรุ่นเก่าซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การทำธุรกรรมสุขภาพผ่าน QR Code และรหัสผ่านต่าง ๆ หรือรัฐบาลเองก็ผลิตคูปองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-voucher ออกมาเพื่อส่งเสริมการซื้อของออนไลน์ ทำให้กลุ่มคนรุ่นเก่าต้องซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้ ซึ่งถือได้ว่าการแพร่ระบาดนี้ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมร้านค้าและบริการ

Credit Photo : Hubspot
3. การพัฒนาแอพพลิเคชั่นโดยร้านค้า การมุ่งเน้นไปยังการค้าปลีกรูปแบบใหม่ หรือ New Retail ของร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ได้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง เราจะเห็นได้จากการรวมตัวกันของร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์และออนไลน์ หรือแม้กระทั่งความสามารถของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้นำไปสู่หนทางของการค้าปลีกรูปแบบใหม่ได้ ดังนั้น เราจึงคาดการณ์ได้ว่าจะมีร้านค้าปลีกมากมายที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นและดึงลูกค้ามาที่ร้านค้าของพวกเขาด้วยตัวเอง

Credit Photo : Cooking Light
4. ผู้บริโภคกังวลเรื่องสุขภาพของตนเองมากขึ้น การแพร่ระบาดถือว่าเป็นสัญญาณที่ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกและหันมาสนใจในคุณภาพชีวิตของตัวเองมากขึ้น อาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงการใช้ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อย ดังนั้น FRESHIPPO จึงคิดค้นและพัฒนาขนมเพื่อสุขภาพออกมา โดยเชื่อว่าจะเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง

Credit Photo : Warc
5. แพลตฟอร์มการหางานร่วมกันเป็นอีกหนึ่งโอกาส รูปแบบของการหางานร่วมกันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการใช้เทคโนโลยีของทรัพยากรมนุษย์ เพราะจะช่วยให้บริษัทหรือผู้ประกอบการสามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อบรรลุผลลัพธ์สูงสุด ซึ่งอัตราการใช้ประโยชน์พนักงานหน้าร้านของ FRESHIPPO นั้นอยู่ที่ 50 – 70% เท่านั้น เพราะ FRESHIPPO มีการใช้ระบบการจ้างงานที่ยืดหยุ่น โดยพนักงานสามารถทำงานในสาขาของตนได้ 3 ชั่วโมง และยังสามารถไปทำงานที่อีกสาขาหนึ่งได้อีก 2 ชั่วโมง จึงทำให้รายได้สุทธิของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของประกันสังคมและค่าใช้จ่ายกองทุนที่อยู่อาศัย บริษัทจะรับผิดชอบเป็นส่วนบุคคล สิ่งนี้เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาของบริษัทหรือแม้กระทั่งตัวพนักงานเองด้วย

Credit Photo : Economist
6. ระบบเดลิเวอร์รี่ในเมืองเดียวกัน FRESHIPPO ได้มีการกระจายระบบการขนส่งในระยะ 3 กิโลเมตร เพราะหากเราสามารถประหยัดแรงในการขนส่งตามความแตกต่างของงานและบริการ การพัฒนาประสิทธิภาพนี้จะทำให้เรามีกลุ่มตลาดที่ดีขึ้น