5 สิ่งต้องรู้ก่อนลงทุนตลาดจีน
โพสต์เมื่อ : 15 เม.ย 2563 เวลา 4:27 น.
5 สิ่งต้องรู้ก่อนลงทุนตลาดจีน
ในปัจจุบันผู้คนมากมายต้องการเข้าไปลงทุนในประเทศจีนเป็นจํานวนมาก ซึ่งเราจะเห็นได้จากจํานวนนักธุรกิจท่ีเข้าไปลงทุนในประเทศ จีนเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่จํานวนของนักธุรกิจที่เข้าไปลงทุนแล้วประสบ ความสําเร็จน้ันมีเพียงแค่เล็กน้อยเท่าน้ัน แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ก็ล้วน พบเจออุปสรรคในการลงทุนในประเทศจีนทั้งนั้น ดังน้ันสิ่งท่ีเราต้องรู้และ เตรียมตัวก่อนไปลงทุนในประเทศจีนคือ
1. ขนาดของประเทศจีน จากที่เรารู้กันดีว่าประเทศจีนน้ันมีขนาดที่ใหญ่มหาศาล มีหลายมณฑล ซึ่งในแต่ละมณฑลน้ันก็จะมีกฎเกณฑ์ การค้าที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะน้ันหากนักธุรกิจมีความต้องการท่ีจะลงทุนในตลาดจีนจะต้องศึกษาทําความเข้าใจในกฎเกณฑ์และระเบียบของแต่ละพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรคตามมาภายหลัง อีกทั้งข้อมูลของตลาดจีนยังช่วยให้นักธุรกิจรู้ถึงความต้องการพฤติกรรมผู้บริโภคและเมืองไหนที่จะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการลงทุนบ้าง เพราะประเทศจีนเป็นประเทศท่ีขับเคลื่อนด้วยรัฐบาลอย่างชัดเจน ดังน้ันนักธุรกิจต่างชาติท่ี ต้องการจะเข้าไปลงทุนในประเทศจีนจําเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลและ นโยบายต่างๆในแต่ละมณฑลของจีนอย่างสม่ำเสมอ
2. หน่วยงานรัฐบาลจีน หรือ SOE หากนักลงทุนมีความต้องการท่ีจะเข้าไปลงทุนท่ีประเทศจีน นักลงทุนจะเจอคู่แข่งหลักท่ีเป็นธุรกิจท้องถิ่น สิ่งที่สําคัญคือนักธุรกิจจะต้องสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีกับหน่วยงานรัฐบาลจีนในแต่ละเมือง หรือท่ีเรียกกันว่า SOE เพราะจะได้รับสิทธิพิเศษจากทางรัฐบาลซึ่งจะทําให้นักธุรกิจได้ผลประโยชน์ในส่วนน้ันด้วย
3. สื่อออนไลน์ในประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนมีรากฐานของสื่อออนไลน์ท่ีต่างจากประเทศอื่นเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่สื่อออนไลน์ หลักของประเทศจีนคือ WeChat ท่ีคนจีนจะใช้เป็นช่องทางการ สื่อสารและทําการตลาด และอีกช่องทางหน่ึงท่ีเป็นท่ีนิยมอย่างมาก คือ ช่องทาง E-Commerce (ร้านค้าออนไลน์) ซึ่งในปัจจุบันคนจีนส่วนมากจะทําธุรกิจซื้อ-ขายผ่านช่องทางนี้ อีกทั้งเป็นช่องทางที่น่าสนใจในการทําธุรกิจเพราะครอบคลุมตลาดจีนทุกมณฑลโดย กลุ่มคนท่ีใช้ช่องทางน้ีจะมีฐานเงินเดือนอยู่ประมาณ 10,000 - 50,000 หยวน (ประมาณ 40,000 – 200,000 บาท) หากนักธุรกิจต้องการจะลงทุนในตลาด E-Commerce สินค้าของนักลงทุนจะต้องมีราคาท่ีเหมาะสมและตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมการ บริโภคของลูกค้ากลุ่มนี้เพราะเป็นกลุ่มคนท่ีมีค่าครองชีพสูง ดังน้ัน เวลาท่ีพวกเขาจะซื้อสินค้า ราคาของสินค้าจะเป็นสิ่งท่ีพวกเขาคํานึงเป็นอันดับแรก และคุณภาพของสินค้าเป็นอันดับสอง
4. การปรับตัวเข้าสู่ตลาดจีน นักธุรกิจจะต้องคํานึงถึงสิ่งสําคัญหลายอย่างในการลงทุนตลาดจีน อย่างแรกคือ ภาษาจีน (Chinese Language) เนื่องจากประเทศจีนยังไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษในการทําธุรกิจ นักธุรกิจอาจจะต้องมีความรู้ในด้านภาษาจีนเพื่อป้องกัน ความผิดพลาดในการสื่อสารและการเจรจาทางธุรกิจ ต่อมาคือ พาร์ทเนอร์คนจีน (Chinese Partner) เพราะการทําธุรกิจในประเทศจีนถ้าเราไม่สามารถหา SOE ได้ พาร์ทเนอร์อาจจะเป็นทางเลือกท่ีดี เนื่องจากมีระบบธนาคารบางอย่างท่ีนักลงทุนต่างชาติยังไม่สามารถทําได้ด้วยตัวเอง 100% ซึ่งพาร์ทเนอร์สามารถสนับสนุนนักธุรกิจในเรื่องน้ีได้ นอกเหนือจากน้ันแล้วพาร์ทเนอร์ยังสามารถช่วยนักธุรกิจวิเคราะห์ธุรกิจท้องถิ่นท่ีเป็นคู่แข่งได้อีกด้วย ต่อมาคือความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (Connection) เพราะความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นสิ่งที่จําเป็นและสําคัญอย่างย่ิงในการทําธุรกิจในประเทศจีน มีคํากล่าวคําหน่ึงท่ีเป็นภาษาจีนว่า 先做朋友后做事 ความหมายคือ “เป็นเพื่อนกันก่อน แล้วค่อยทําธุรกิจร่วมกัน” สุดท้ายคือสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Chinese Speed) เนื่องจากประเทศจีนมีการแข่งขันทางการตลาดสูงมาก ประชากรของประเทศจีนเป็นคนท่ีคิดเร็ว ทําเร็วจึงส่งผลให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วท้ังในด้านเศรษฐกิจและค่านิยม ต่างๆ ดังน้ันนักธุรกิจจึงต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ
5. ตัวแทนจัดจําหน่ายจีน (Chinese Distributor) นักธุรกิจท่ีต้องการจะเข้าไปลงทุนควรหาคนท้องถิ่นไว้เพ่ือให้การช่วยเหลือทางด้านธุรกิจ รวมถึงการเจรจาทางธุรกิจอีกด้วย แต่อาจจะต้องระวังเพราะถ้านักธุรกิจเจอบุคคลท่ีไม่น่าไว้ใจอาจก่อให้เกิดปัญหาในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้ภายหลัง